Archive for มกราคม, 2007

คิดฮอดวันละหน่อย – ไผ่ พงศธร

..เก็บคำว่าคิดฮอด

หยอดกระปุกหัวใจ

สะสมไว้

ในยามสองใจต้องห่าง

น้องคอยอยู่บ้านเฮา

หากเหงาหรือคิดถีงจัง

เบิ่งดอกจานข้างทาง

แทนอ้ายพลางๆ ก่อนเด้อ

อ้ายมาเมืองฟ้าหม่น

สู้เพื่อคนอยู่หลัง

สร้างความหวัง

ด้วยแรงใจที่ล้นเอ่อ

รูปน้องในกระเป๋า

ยามเหงาช่วยได้เสมอ

ไม่นานเฮาคงได้เจอ

สบตาพลอดพร่ำคำหวาน

 

..คิดฮอดกันวันละน้อย

ทยอยฮักกันให้นาน

ห่างหลายกิโลฝัน

สัญญาอย่าให้เลือนหาย

คิดฮอดกันวันละน้อย

ทยอยโทรเติมแรงใจ

ให้อ้ายยังคงยิ้มได้

ยามเหนื่อยล้าใจทุกครา

เก็บใจที่ฮักมั่น

เฝ้าคอยวันที่หวัง

ยามอ้างว้าง

นั่งคิดถึงวันคืนเก่า

ท้องทุ่งนาสีทอง

เคยมีอ้ายน้องหยอกเย้า

สักวันหนึ่งสองเฮา

คงได้ทบทวนความหลัง

 

 

..คิดฮอดกันวันละน้อย

ทยอยฮักกันให้นาน

ห่างหลายกิโลฝัน

สัญญาอย่าให้เลือนหาย

คิดฮอดกันวันละน้อย

ทยอยโทรเติมแรงใจ

ให้อ้ายยังคงยิ้มได้

ยามเหนื่อยล้าใจทุกครา

เก็บใจที่ฮักมั่น

เฝ้าคอยวันที่หวัง

ยามอ้างว้าง

นั่งคิดถึงวันคืนเก่า

ท้องทุ่งนาสีทอง

เคยมีอ้ายน้องหยอกเย้า

สักวันหนึ่งสองเฮา

คงได้ทบทวนความหลัง

 

 

Advertisements

Comments (1) »

สาวกระโปรงเหี่ยน – พี สะเดิด


..สาวกระโปรงเหี่ยน

มื้อนี้ไปเรียนแล้วบ้อ

ไปฮอดโรงเรียนบ่น้อ

หรือแม่นไปรอผู้บ่าว

ขี่มอเตอร์ไซค์

ออกบ้านตั้งแต่เช้า ๆ

ไปเรียนบ่หนอน้องสาว

หรือไปคุยบ่าวอยู่นำเถียง

 

..สาวกระโปรงเหี่ยน

มื้อนี้ไปเรียนบ่น้อหล่า

อ้ายเหลียวเบิ่งเวลา

ซางมาคือใกล้สิเที่ยง

ตั๋วว่าไปเรียน

ที่แท้ไปลี้อยู่เถียง

นัดผู้บ่าวไปนั่งเคียง

หัวซุบกันอยู่กลางท่ง

 

..ระวังใจ

อย่าฟ้าวเป็นไปลายต่าง

อ้ายเหลือโตนพ่อแม่นาง

ทางบ้านเพิ่นหาเงินส่ง

ลำบากทั้งกาย

ทั้งใจหวังพึ่งโฉมยง

สาวเรียน ม.คิ้วโก่ง

อย่ามัวนำเล่นอย่างเดียว

 

..สาวกระโปรงสั่น

หนังสือบ่หันใส่หน้า

พอตกแลงลงมา

อ้ายเห็นแต่พากันเที่ยว

ขี่มอเตอร์ไซค์

กอดกันปานว่างูเขียว

ขอเงินแม่ใช้ลูกเดียว

อ้ายคึดนำเจ้าแท้น้อ

 

 

..ระวังใจ

อย่าฟ้าวเป็นไปลายต่าง

อ้ายเหลือโตนพ่อแม่นาง

ทางบ้านเพิ่นหาเงินส่ง

ลำบากทั้งกาย

ทั้งใจหวังพึ่งโฉมยง

สาวเรียน ม.คิ้วโก่ง

อย่ามัวนำเล่นอย่างเดียว

 

..สาวกระโปรงสั่น

หนังสือบ่หันใส่หน้า

พอตกแลงลงมา

อ้ายเห็นแต่พากันเที่ยว

ขี่มอเตอร์ไซค์

กอดกันปานว่างูเขียว

ขอเงินแม่ใช้ลูกเดียว

อ้ายคึดนำเจ้าแท้น้อ

Leave a comment »

กรุณาอย่าเผลอใจ.. – ศิริพร อำไพพงษ์

 

..เขามาฮักอ้าย

บอกจากใจว่าบ่เป็นหยัง

ที่ใจระวัง

ก็คือย่านอ้ายฮักเขา

สังคมยุคใหม่

ห้องใจมีหลายทางเข้า

ย่านอ้ายบ่มีแค่เรา

เมื่อเจอสาวเดินผ่านตา

 

..น้องยอมรับว่า

หมดปัญญาที่จะทานไหว

ถ้ามีสาวใด

ตั้งใจดึงอ้ายคบหา

เพราะสองเราห่าง

บางครั้งบ่ได้พบหน้า

นอกใจได้ทุกเวลา

หากเจตนาลวงกัน

 

..ในที่ทำงาน

ยิ้มหวานกี่รอยยิ้มให้

เบอร์สาวกี่สาย

ทักทายมือถือต่อวัน

มั่นคงเด้ออ้าย

อย่าได้เผลอใจเกี่ยวพัน

ล้อมรั้วหัวใจให้มั่น

ป้องกันสัญญาใจเรา

 

..เขามองดูอ้าย

บอกจากใจว่าบ่ถือสา

ขอเพียงสายตา

อ้ายอย่าไปมองดูเขา

ทุกช่องทางใจ

จ้างยามรักแท้ยืนเฝ้า

ปกป้องรักงามสองเรา

อย่าให้เขาข้ามพรมแดนใจ

 

 

..เขามองดูอ้าย

บอกจากใจว่าบ่ถือสา

ขอเพียงสายตา

อ้ายอย่าไปมองดูเขา

ทุกช่องทางใจ

จ้างยามรักแท้ยืนเฝ้า

ปกป้องรักงามสองเรา

อย่าให้เขาข้ามพรมแดนใจ

 

Leave a comment »

ปริญญาใจ – ศิริพร อำไพพงษ์


..ได้ฮักกับอ้าย

เหมือนใจได้ปริญญา

ชีวิตผู้สาวบ้านนา

วุฒิการศึกษามีน้อย

ขาดโอกาสเรียน

เพราะจนเป็นคนเลื่อนลอย

โชคดีมีอ้ายเฝ้าคอย

หยัดยืนให้โอกาสใจ

 

..ยิ่งคบยิ่งใกล้

มั่นใจอ้ายเป็นคนดี

ยามเจ็บยามช้ำชีวี

น้องมีอ้ายคอยดึงไว้

เป็นพี่ยามท้อ

เป็นพ่อยามน้องหวั่นไหว

ยามป่วยเฝ้าดูแลใจ

อ้ายคือผู้ให้เรื่อยมา

 

..บูชา

อ้ายเป็นพ่อพระในใจ

เชื่อไหม

เชื่อใจอ้ายทุกเวลา

ด้อยโอกาสเรียน

ได้รักจากอ้ายแทนค่า

ขอบคุณสวรรค์เมตตา

ประทานอ้ายมายาใจ

 

..ได้ฮักกับอ้าย

เหมือนใจได้ปริญญา

น้องอยู่ยืนสู้ชีวา

เพราะว่าอ้ายปูทางไว้

จับมือประคอง

ขอร้องอย่าได้เปลี่ยนไป

อ้ายคือปริญญาใจ

น้องจึงยิ้มได้วันนี้

 

..ได้ฮักกับอ้าย

เหมือนใจได้ปริญญา

น้องอยู่ยืนสู้ชีวา

เพราะว่าอ้ายปูทางไว้

จับมือประคอง

ขอร้องอย่าได้เปลี่ยนไป

อ้ายคือปริญญาใจ

น้องจึงยิ้มได้วันนี้..

 

 

 

Leave a comment »

บ้านใหญ่ใส่กุญแจ – ศิริพร อำไพพงษ์

ไม่มีเวลา มาหาเราเลย

เงียบไปเฉยๆ

โธ่เอ๋ย อะไรกันนี่.

เมื่อเริ่มต้นใหม่

อาทิตย์ หนึ่งมาหลายที.

ต่างกับตอนนี้

ไม่มี เวลาให้เลย.

หรือทางบ้านใหญ่ เขาใส่กุญแจ

คุมเข้มจริงแท้

เห็นแต่ เพียงความเงียบเฉย.

เฝ้าโทรศัพท์

รอรับ ไม่หมุนมาเลย

เป็นไงเล่าเอ่ย

เงียบเฉย ไม่มีแม้ข่าว.

 

.บ้านน้อยคอยไป

ด้วยความกลัดหนอง.

นั่งซึมในห้องด้วยใจหงอยเหงา.

ค่าไฟค่าน้ำ

เขาถาม ถึงค่าห้องเช่า

ก็ยังค้างเขา

โถเรา เฝ้าหลบเพราะอาย..

อยากหนีความจน

ทนเป็นน้อยเสี่ย.

ทั้งลูกทั้งเมีย เขามาวุ่นวาย.

รุมด่าประจาน

ว่าฉัน นี้คนใจง่าย

นับวันยิ่งห่างยิ่งหาย

จนกลาย เป็นความเฉยเมย

 

 

ไม่มีเวลา มาหาเราเลย

เงียบไปเฉยๆ

โธ่เอ๋ย อะไรกันนี่.

เมื่อเริ่มต้นใหม่

อาทิตย์ หนึ่งมาหลายที.

ต่างกับตอนนี้

ไม่มี เวลาให้เลย.

หรือทางบ้านใหญ่ เขาใส่กุญแจ

คุมเข้มจริงแท้

เห็นแต่ เพียงความเงียบเฉย.

เฝ้าโทรศัพท์

รอรับ ไม่หมุนมาเลย

เป็นไงเล่าเอ่ย

เงียบเฉย ไม่มีแม้ข่าว.

 

.บ้านน้อยคอยไป

ด้วยความกลัดหนอง.

นั่งซึมในห้องด้วยใจหงอยเหงา.

ค่าไฟค่าน้ำ

เขาถาม ถึงค่าห้องเช่า

ก็ยังค้างเขา

โถเรา เฝ้าหลบเพราะอาย..

อยากหนีความจน

ทนเป็นน้อยเสี่ย.

ทั้งลูกทั้งเมีย เขามาวุ่นวาย.

รุมด่าประจาน

ว่าฉัน นี้คนใจง่าย

นับวันยิ่งห่างยิ่งหาย

จนกลาย เป็นความเฉยเมย

 

 

Leave a comment »

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Comments (1) »

กินข้าวหรือยัง – ต่าย อรทัย

..กินข้าวแล้วยัง

กำลังเฮ็ดหยังน้ออ้าย

คึดฮอดหลายหลาย

หัวใจให้โทรมาถาม

นับตั้งแต่อ้าย

ห่างมาไกล

เพื่อหางานทำ

ซื้อบัตรเติมเงินประจำ

มือถือโทรตามถามใจ

 

..งานหนักบ่อ้าย

เจ้านายใจดีอยู่บ้อ

ค่าจ้างเคยขอ

ได้ตามที่รอบ้างไหม

สู้งานนานเนิ่น

เหงื่อแลกเงิน

ฟังแล้วเห็นใจ

สุขภาพพลานามัย

เป็นจั่งได๋

ห่วงใยเหลือเกิน

 

..ใช้บัตรเติมเงิน

ให้กลายเป็นบัตรเติมใจ

โทรศัพท์มาซับเหงื่ออ้าย

ถามไถ่ให้ความเพลิดเพลิน

กินข้าวแซบบ่

พักผ่อนเพียงพอ

หรืองานหนักเกิน

วอนอ้ายอย่าทำงานเพลิน

มุ่งทำเงินจนเกินกำลัง

..กินข้าวแล้วยัง

อีกครั้งกับคำถามนี่

เป็นห่วงอีหลี

คนดีที่ใจเฝ้าหวัง

เฮ็ดงานสาอ้าย

บัตรเติมใจ

น้องใกล้หมดตังค์

เอาไว้มื้อได๋ว่างว่าง

ค่อยมานั่ง

กินข้าวนำกัน..

 

..กินข้าวแล้วยัง

อีกครั้งกับคำถามนี่

เป็นห่วงอีหลี

คนดีที่ใจเฝ้าหวัง

เฮ็ดงานสาอ้าย

บัตรเติมใจ

น้องใกล้หมดตังค์

เอาไว้มื้อได๋ว่างว่าง

ค่อยมานั่ง

กินข้าวนำกัน..

 

 

 

 

Leave a comment »